ช่วงตรุษจีนที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเปิดทีวีไปช่องไหน ก็จะพบกับคำว่าปีชง ความเชื่อตามโหรราศาสตร์จีน ที่พูดถึงหลักของปีชงว่า เป็นปีที่เป็นปรปักษ์ ไม่ถูกกันกับปีนั้นๆ ส่งผลให้ชีวิตมีอุปสรรค และต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง และในปี 2554 ในปีนี้ซึ่งตรงกับปีกระต่าย ตามตำราว่าไว้ ว่าชง กับปีระกา ปีเถาะ ปีมะเมีย ปีชวด สำหรับใครที่ชงก็ไม่ต้องตกใจ สามารถไปทำบุญแก้ชงได้ เพื่อให้อุปสรรคที่จะเข้ามา ผ่านไปด้วยดี
จุดมุ่งหมายของการแก้ชงในวันนี้ คือ วัดเล่งเน่ยยี่สอง ที่นอกจากจะทำบุญแก้ชงแล้ว ที่นี่ ยังสวยงาม ตามแบบฉบับของสถาปัตยกรรมจีนในยุคราชวงศ์หมิง-ชิง ซึ่งจำลองมาจากวังต้องห้ามในกรุงปักกิ่ง เหมือนกับเราได้ทำบุญและเที่ยวไปในตัว และเนื่องจากมีจุดประสงค์หลักอย่างอื่น ที่ไม่ใช่การเที่ยวถ่ายภาพ แต่การมาสถานที่สวยๆ ก็ไม่อยากพลาดภาพเหมือนกัน Bloggie Touch จึงเหมาะกับสถานการณ์มากที่สุด เพราะเป็นกล้องเพื่อ พกพา ที่ง่ายและสะดวกในการบันทึกวีดีโอ และภาพนิ่ง แถมยังบันทึกได้ 360 องศา และอัพโหลดขึ้นยูทูปและเฟสบุ๊คได้ง้าย ด้วยโปรแกรม Bloggie Soft Ware
ก่อนจะชมความงามของวัดเล่งเน่ยยี่สอง เรามาดูการออกแบบของ Bloggie Touch กันก่อน รูปร่างของ Bloggie Touch เหมือนโทรศัพท์ มากกว่ากล้องถ่ายภาพ เล็กบาง สามารถใส่กระเป๋ากางเกงได้ ด้านหน้าประกอบด้วยจอ LCD ขนาด 3 นิ้ว และปุ่มถ่ายวีดีโอ Bloggie Touch มีปุ่มน้อยมากเพียง 3 ปุ่มเท่านั้น คือปุ่มเปิดปิด ปุ่มถ่ายภาพนิ่งและปุ่มถ่ายวีดีโอ ซึ่งพลิกมาด้านหลังจะพบกับเลนส์ฟิก ที่ถูกวางตำแหน่ง ที่ยิ่งดูยิ่งเหมือนกล้องมือถือ
ในด้านฟังก์ชั่นการใช้งานนั้น Bloggie Touch โดดเด่นในเรื่องของความสะดวกในการพกพา และอัพโหลดไฟล์ ขึ้นเว็บได้ง่าย ในคุณภาพใกล้เคียงกับกล้องถ่ายภาพ และไฟล์วีดีโอ Bloggie Touch นั้น สามารถตั้งความละเอียดสูงถึง Full HD ส่วนความละเอียดภาพนิ่ง สุด 12.8 ล้านพิกเซล เลนส์ฟิกส์ 32 mm รูปรับแสงกว้างสุด F 2.8 มาพร้อมหน่วยความจำภายใน 8 GB และช่องต่อแบบ HDMI สำหรับอุปกรณ์ในชุด นอกจากตัวกล้อง สาย USB แล้วยังมี อุปกรณ์เสริม สำหรับถ่ายวีดีโอ และภาพนิ่ง 360 องศา แถมมาให้อีกด้วย
รู้รายละเอียดของ Bloggie Touch กันแล้ว ได้เวลาเข้าวัด วัดเล่งเน่ยยี่ 2 วัดที่จะพาไปทำบุญและ ชมความงามในวันนี้ค่ะ
วัดเล่งเน่ยยี่ 2 ตั้งอยู่ ที่ ถ.บางกรวย - ไทรน้อย อำเภอบางบัวทอง จ.นนทบุรี เดิมเป็นโรงเจ ที่ชาวบ้านให้การเลื่อมใสมาก ต่อมาเจ้าอาวาสวัดเล่งเน่ยยี่ ย่านเยาวราช และพุทธบริษัท ไทยจีน ร่วมกันขยายพื้นที่ และสร้างให้สวยงามสมบูรณ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เนื่องในวโรกาสเถลิงถวัลย์ ครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี และ พระองค์ทรงพระราชทานนามว่า วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ คณะสงฆ์จีนนิกายรังสรรค์ จุดประสงค์ของวัดนี้ นอกจากเป็นที่เผยแผ่ พระพุทธศาสนา นิกายมหายาน ยังเป็นที่เล่าเรียนของภิกษุสามเณร
การควบคุม Bloggie Touch
จอทัชสกรีน 3 นิ้ว แบบสัมผัส
เดินเข้าวัดเล่งเน่ยยี่ 2 พบกับคนจำนวนมาก คงเพราะวันนี้เป็นวันอาทิตย์ หลังตรุษจีน จึงมีคนเข้ามาไหว้พระขอพร เพื่อเป็นสิริมงคลตลอดทั้งปี หยิบ Bloggie Touch ขึ้นมาถ่ายภาพ ผู้คนไม่มีใครเกร็ง หรือสนใจ เพราะคงคิดว่าเป็นกล้องมือถือ รู้สึกแปลกๆ เมื่อถ่ายรูปเพราะตัวกล้องถูกออกแบบ ให้ใช้งานถนัด ในการถ่ายวีดีโอแนวตั้งมากกว่าแนวนอน การจับไม่ค่อยถนัดมือเท่าไร เพราะกลัวลื่นหลุด สายคล้องมือจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับกล้องรุ่นนี้
เปิดเครื่อง กดถ่ายภาพนิ่ง และคลิปวีดีโอ การใช้งาน Bloggie Touch ไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากและซับซ้อน เพราะการควบคุมส่วนใหญ่ ถูกควบคุมด้วยจอสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นการสั่งการทั้งหมดของกล้อง การเลื่อนดูรูปที่เลื่อนง่าย และรวดเร็ว รวมไปถึงการซูมภาพแบบดิจิตอล ขณะถ่ายวีดีโอ หรือภาพนิ่ง ยกเว้นการเปิดปิดกล้อง และกดถ่ายภาพ
ส่วนเมนูการใช้งาน สามารถปรับตั้งขนาดภาพ และการตั้งเวลาได้เท่านั้น ไม่สามารถปรับตั้งชดเชยแสง ไวบาล้านซ์ และไม่มีแฟลชติดมาที่ตัวกล้อง แต่ก็มีข้อดีคือไม่ยุ่งยาก เข้าใจง่าย หน้าจอความละเอียดสูง ไวต่อการสัมผัส การแสดงผลหน้าจอสามารถพลิกหมุน แนวตั้งและแนวนอนให้เข้ากับทิศทางอัตโนมัติเมื่อเราพลิกกล้อง การใช้งานกลางแจ้งยังมีปัญหาแสงสะท้อน มองเห็นภาพที่ LCD ชัดเจนน้อยลง โดยเฉพาะในการถ่ายที่นอกเหนือจากมุมปรกติ
ถ่ายรูปได้ซักพัก ก็เดินถึงด่านล่างของวัดพอดี เดินเข้าไปถามเจ้าหน้าที่ของวัด ว่าจะทำการแก้ชง จะต้องทำอย่างไรบ้าง เจ้าหน้าที่แนะนำ ว่าให้เขียนชื่อ วันเดือนปีเกิด ลงในกระดาษไหว้ แล้วนำธูป 3 ดอก ขึ้นไปไหว้เทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย ในวิหารจตุโลกบาลให้ท่านคุ้มครองจากภัยอันตรายต่างๆ เคราะห์หนักให้เป็นเบา ที่เบาให้มลายสูญสิ้น และนำชุดสะเดาะเคราะห์ ปัดออกจากตัว จากศีรษะลงมาที่แขน 13 ครั้ง จากนั้นให้ฝากกระดาษที่เขียนชื่อวันเดือนปีเกิดไว้ ทางวัดจะทำการสวดมนต์เสริมสิริมงคล ให้ครอบครัวเป็นสุขและหมดเคราะห์ไปตลอดทั้งปี
วีดีโอ Full HD /MP4
หลังจากทำพิธีแก้ชงเสร็จ จึงเดินชมสถาปัตยกรรมไทย-จีนอันวิจิตรบรรจง และเดินนมัสการ ศาสนสถานต่างๆ ภายในวัด พร้อมทั้งถ่ายคลิป วีดีโอ ซึ่งถึงแม้ Bloggie Touch เป็นกล้องตัวเล็กๆ ที่ไม่มีฟังก์ชั่นอะไรมาก แต่ก็สามารถถ่ายภาพเคลื่อนไหว ได้ความละเอียดสูงถึง Full HD โดยจัดเก็บข้อมูลเป็น MP 4 ซึ่งเป็นไฟล์ที่แพร่หลายจึงง่ายต่อการแบ่งปันผ่านอินเตอร์เน็ต ซึ่งคุณภาพของไฟล์ภาพเคลื่อนไหวในที่กลางแจ้ง ถือว่าดีมาก และด้วยเลนส์ ไวแสง รูรับแสงกว้างสุด F 2.8 ทำให้คุณภาพค่อนข้างดีเมื่อเข้าที่แสงน้อยปานกลาง ตามลักษณะของกล้อง ที่ออกแบบมาเพื่อพกพาและพร้อมที่จะเก็บภาพได้ทุกเมื่อ คุณภาพอาจไม่ดีเท่ากล้องถ่ายภาพโดยเฉพาะ แต่ก็สามารถถ่ายวีดีโอแบ่งปันได้โดยไม่อายใคร
คุณภาพภาพนิ่งความละเอียดสูงสุด 12 ล้านพิกเซล
สถานที่แรก และเป็นสถานที่สำคัญที่สุดในวัด นั่น คือ พระอุโบสถ ซึ่งมีป้ายไม้สักภาษาจีนขนาดใหญ่ ซึ่งเขียนเป็นลายสือศิลป์ของพระอาจารย์จีน ที่เขียนไว้ที่อุโบสถวัดเล่งเน่ยยี่เมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว ซึ่งมีความหมายว่า ที่ประดิษฐานแห่งองค์พระประธานในพระอารามหรือหมายถือพระอุโบสถนั่นเอง
คุณภาพภาพนิ่งของ Bloggie Touch ทำได้ดีปานกลาง ส่วนที่ดีคือ สามารถถ่ายได้ ตั้งแต่กลางแจ้ง ถึงแสงน้อย แต่เมื่อพบสภาพแสงที่ไม่ปรกติ อย่างไฟกลางคืน สีค่อนข้างเพี้ยน เมื่อกดเล็งถ่ายภาพ ภาพที่ปรากฏในจอ LCD สีจะจืดกว่าความเป็นจริง แต่เมื่อกดชัตเตอร์ไปแล้วกล้องทำการประมวลผลและแสดงภาพ ภาพจะออกมาสีสดกว่าที่เห็นในจอ และใกล้เคียงกับความเป็นจริง และนอกจากจะถ่ายภาพนิ่งได้แบบปรกติแล้ว ยังสามารถถ่ายภาพนิ่งขณะถ่ายวีดีโอได้อีกด้วย
องค์พระประธานภายในพระอุโบสถ พระพุทธเจ้าสามพระองค์ จำลองมาจาก วัดมังกร (เล่งเน่ยยี่ เยาวราช)
มาโครอัตโนมัติ เข้าใกล้วัตถุได้ 10 ซม.
กราบนมัสการ พระพุทธเจ้าทั้งสามองค์ภายในพระอุโบสถ แล้วจุดเทียนแก้วเพื่อบูชาพระประทาน เป็นการเสริมสิริมงคลให้ชีวิต มองเห็นจุดที่นำเทียนไปวางรวมกันแล้วสวยดี เลยนำ Bloggie Touch ในระยะไกล โดยยื่นกล้องไปถ่ายใกล้ๆ กล้องมาโครให้อัตโนมัติ ภายในระยะโฟกัส ตามสเป็คใกล้สุด 10 เซนติเมตร
วีดีโอ และภาพนิ่งแบบ 360 องศา
ถ่ายภาพนิ่งและวีดีโอคลิป แบบธรรมดากันแล้ว ได้เวลาทดสอบประสิทธิภาพ ถ่ายภาพแบบ 360 องศา กับอุปกรณ์เสริมที่แถมมากับ Bloggie Touch กันบ้าง
เมื่อเสียบอุปกรณ์เสริมเลนส์ 360 องศา ที่ด้านบนกล้อง กล้องจะแสดงผล เป็นวงกลมที่จอ LCD เราสามารถถ่ายภาพนิ่งและวีดีโอ ด้วยวิธีที่เหมือนกับการถ่ายภาพแบบปรกติ สิ่งที่ต้องระวังคือถ้าไม่อยากให้ติดหน้าตัวเอง ต้องยกกล้องให้สูงเลยหัว ภาพที่ได้จะดูแปลกตา เพราะมองเห็นได้มากกว่าที่สายตาคนมองเห็น
หลังจากถ่ายเสร็จ ภาพที่จะจะออกมาเป็นวงกลม ไม่สามารถยืดตามยาวได้จากในกล้อง ต้องใช้โปรแกรม Bloggie Soft Ware จากคอมพิวเตอร์ยืดให้เป็นภาพพานอราม่าตามยาวแบบปรกติ
ถึงแม้ว่าสัดส่วนจะไม่ได้ระนาบตามความเป็นจริงๆ และคุณภาพไฟล์ด้อยกว่าการถ่ายภาพแบบปรกติ เพราะมีพลาสติกครอบเลนส์เพื่อกันฝุ่นและอันตรายอีกที แต่ก็เป็นนวัตกรรมใหม่ช่วยให้การถ่ายภาพพานอรามาได้ง่ายขึ้น ถึงแม้จะต้องพัฒนาให้สมบูรณ์มากขึ้นไปอีก ให้ภาพที่แปลกใหม่ และตื่นตาตื่นใจ กับภาพเคลื่อนไหวรอบข้าง ส่วนกล่องพลาสติกที่ใส่เลนส์ 360 องศา ยังสามารถนำมาเสียบกับบล็อกกี้ เพื่อเป็นขาตั้งกล้องได้ด้วย
เดินต่อไปสู่วิหารพระอวโลกิเตศวร พระกวนอิมพระโพธิสัตว์ ที่ตั้งอยู่ด้านหลังพระอุโบสถ ภายในประดิษฐานพระแม่กวนอิมพันมือ พันตา แกะสลักอย่างประณีต จากไม้หอมประเทศจีน ซึ่งพระแม่กวนอิม ปางพันมือพันตา เปรียบเสมือน ท่านได้ใช้พระเนตร พันดวงตรวจความเป็นไปของบรรดาสรรพสัตว์ และพร้อมที่จะช่วยด้วยพระหัตถ์พันกรให้พ้นจากความทุกข์ยากลำเค็ญ ให้หลุดพ้นจากวัฏสงสารอันเป็นทุกข์
หลังจากกราบนมัสการเจ้าแม่กวนอิมเสร็จแล้ว จึงเดินขึ้นไปชั้นสอง จะพบกับวิหารหมื่นพุทธ สุขาวดี พุทธเกษตร ภายในประดิษฐานองค์อมิตตาพระพุทธเจ้า พระอวโลกิเตศวร และพระมหาสถามปราบโพธิสัตว์ ส่วนด้านบนและด้านข้างของวิหาร รายล้อมไปด้วยพระพุทธรูปถึง 10000 องค์
หน่วยความจำขนาด 8 GB ในตัวเครื่อง
ไหว้พระเสร็จ คนเริ่มหนาตามากขึ้น แสงอาทิตย์เพิ่มความร้อนจนรู้สึกได้ คงได้เวลากลับกันเสียที มองดูที่กล้อง Bloggie ที่เป็นห่วงในตอนแรก ว่าจะเพียงพอต่อการใช้งานหรือไม่ แต่เมื่อใช้งานจริงๆแล้ว หน่วยความจำ 8 GB แม้ในหน่วยความจำ 8 GB นั้นถูกแทนที่ด้วยโปรแกรม Bloggie Solfware ประมาณ 200 MB ก็ยังถือว่ามีพื้นที่ในการเก็บข้อมูลมากพอ ที่จะถ่ายภาพได้ทั้งวัน บันทึกภาพวีดีโอได้ถึง 4 ชั่วโมง (ติดต่อกัน 29 นาที) ที่ความละเอียด HD (1280x720/30p) และบันทึกได้ถึง 80 นาที ในความละเอียด Full HD (1920x1080/30p)
การชาร์จไฟ
เช่นเดียวกับเมมโมรี่ ที่ไม่สามารถมีสำรองหรือถอดออกจากตัวเครื่องได้ แบตเตอรี่ของ Bloggie Touch ต้องชาร์จไฟผ่าน USB กับเครื่องคอมพิวเตอร์เท่านั้น โดยมีช่องต่อที่ตัว Bloggie หรือสำหรับใครที่ไม่ถนัด สามารถชาร์จผ่าน สาย USB ที่แถมมา ข้อดี ก็คือ สำหรับคนที่พกพาโน๊ตบุ๊คอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องพกสายชาร์จของ Bloggie แต่ก็มีข้อเสียคือหากไปเที่ยวในที่ที่ไม่มีคอมพิวเตอร์ จะหาที่ชาร์จลำบาก ส่วยวิธีการชาร์จไฟก็ไม่ยาก เพียงเสียบกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่เปิดใช้งานอยู่ ไม่ต้องเปิดเครื่อง Bloggie เพียงเท่านี้ก็จะทำการชาร์จแบตเตอรี่แล้วค่ะ
อัพโหลดรูป อย่างง่ายด้วย Bloggie Software
กลับจากวัดเล่งเน่ยยี่ รีบโหลดรูปลงคอม ผ่าน USB ก่อนจะโหลดรูป หรือเปิดไฟล์ในตัวเครื่อง ต้องกดปุ่มเปิดที่ Bloggie ก่อน แล้วจึง ก็อปปี้ ลงคอมพิวเตอร์ หรือ ซอฟท์แวร์ที่ติดมากับกล้อง สิ่งที่ถูกใจที่สุดในตัว Bloggie Touch คือสามารถอัพโหลด ภาพและวีดีโอ ได้ง่าย โดยผ่าน Bloggie Software ซึ่งไม่เพียงแต่ใช้ในการอัพโหลดรูปเท่านั้น ยังสามารถแปลงภาพ 360 องศา ที่ถ่ายมาจาก Bloggie Touch ให้เป็นแนวระนาบ และยังจัดเก็บรูปและวีดีโอที่เราถ่ายให้เป็นหมวดหมู่ โดยจัดเก็บเป็นอัลบั้ม พร้อมทั้งตั้งชื่ออัลบั้ม และคำอธิบายภาพทุกภาพได้อีกด้วย
ส่วนปัญหาของ Bloggie Solfware คงไม่ใช่เป็นที่ตัวโปรแกรม แต่เป็นเพราะหาโปรแกรมจะลงในคอมพิวเตอร์ค่อนข้างยาก เพราะถูกซ่อนอยู่ในตัวเครื่อง Bloggie Touch เมื่อเปิดดูในโฟลเดอร์ จะมองไม่เห็น จริงๆ ในคู่มือบอกให้เลือกโฟลเดอร์ที่ Auto Run แต่เมื่อใช้งานจริงๆ ต้องเข้าไปที่โฟลเดอร์ของ Bloggie ก่อนแล้วเซ็ทคอมพิวเตอร์ให้โชว์ไฟล์ที่ซ่อนไว้ จึงจะมองเห็นโปรแกรม จึงจะ Install โปรแกรมได้
สรุป
หากจะให้พูดถึงคำจำกัดความของ Bloggie Touch คงไม่ใช่กล้องถ่ายรูป หรือกล้องวีดีโอ โดยเฉพาะ แต่ถูกออกแบบมาเพื่อการพกพาไปทุกที่ เก็บภาพได้ทุกเวลา อัพโหลดภาพง่าย และรวดเร็ว เมื่อพูดถึงคุณภาพไฟล์ คงสู้กล้องที่ทำมาเพื่อเป็นกล้องถ่ายภาพนิ่ง และวีดีโอโดยเฉพาะไม่ได้ แต่ก็สามารถโชว์ภาพขึ้นเว็บได้ไม่อายใคร
และการไปวัดเล่งเน่ยยี่2 เพื่อแก้ชงในครั้งนี้ ประทับใจที่ได้ไปเที่ยววัดที่สวยงามที่สุดอีกแห่งในเมืองไทย ที่นอกจากจะไปทำบุญแล้ว ยังเป็นการท่องเที่ยวไปในตัว สำหรับใครที่ชงปีนี้ ก็สามารถไปแก้ชงที่วัดเล่งเน่ยยี่ 2 ได้ เพื่อความสบายใจ สะดวกสบายที่จะไปเพราะใกล้กรุงเทพมาก ส่วนใครที่ไม่ชงและดวงดีอยู่แล้ว ทางวัดบอกว่า จะเป็นการเสริมดวงให้ดีขึ้นไปอีก อันนี้ก็แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละบุคคลค่ะ
ข้อดี
1. กล้องตัวเล็ก น้ำหนักเบา พกพาสะดวก
2. ใช้งานง่าย
3. ถ่ายพานอราม่า 360 องศาได้ง่าย
4. อัพโหลดรูปขึ้นเว็บง่าย
5. มีอุปกรณ์เสริมเพื่อถ่ายภาพ 360 องศา
ข้อเสีย
1. ไม่สามารถใส่เมมโมรี่เพิ่มได้
2. ต้องชาร์จแบตเตอรี่ผ่าน USB เท่านั้น
3. โปรแกรม Bloggie Software ไม่มีระบบ Auto Run
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร. 0-2715-6100 หรือเยี่ยมชม www.sony.co.th
จอทัชสกรีน 3 นิ้ว แบบสัมผัส
เดินเข้าวัดเล่งเน่ยยี่ 2 พบกับคนจำนวนมาก คงเพราะวันนี้เป็นวันอาทิตย์ หลังตรุษจีน จึงมีคนเข้ามาไหว้พระขอพร เพื่อเป็นสิริมงคลตลอดทั้งปี หยิบ Bloggie Touch ขึ้นมาถ่ายภาพ ผู้คนไม่มีใครเกร็ง หรือสนใจ เพราะคงคิดว่าเป็นกล้องมือถือ รู้สึกแปลกๆ เมื่อถ่ายรูปเพราะตัวกล้องถูกออกแบบ ให้ใช้งานถนัด ในการถ่ายวีดีโอแนวตั้งมากกว่าแนวนอน การจับไม่ค่อยถนัดมือเท่าไร เพราะกลัวลื่นหลุด สายคล้องมือจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับกล้องรุ่นนี้
หลังจากทำพิธีแก้ชงเสร็จ จึงเดินชมสถาปัตยกรรมไทย-จีนอันวิจิตรบรรจง และเดินนมัสการ ศาสนสถานต่างๆ ภายในวัด พร้อมทั้งถ่ายคลิป วีดีโอ ซึ่งถึงแม้ Bloggie Touch เป็นกล้องตัวเล็กๆ ที่ไม่มีฟังก์ชั่นอะไรมาก แต่ก็สามารถถ่ายภาพเคลื่อนไหว ได้ความละเอียดสูงถึง Full HD โดยจัดเก็บข้อมูลเป็น MP 4 ซึ่งเป็นไฟล์ที่แพร่หลายจึงง่ายต่อการแบ่งปันผ่านอินเตอร์เน็ต ซึ่งคุณภาพของไฟล์ภาพเคลื่อนไหวในที่กลางแจ้ง ถือว่าดีมาก และด้วยเลนส์ ไวแสง รูรับแสงกว้างสุด F 2.8 ทำให้คุณภาพค่อนข้างดีเมื่อเข้าที่แสงน้อยปานกลาง ตามลักษณะของกล้อง ที่ออกแบบมาเพื่อพกพาและพร้อมที่จะเก็บภาพได้ทุกเมื่อ คุณภาพอาจไม่ดีเท่ากล้องถ่ายภาพโดยเฉพาะ แต่ก็สามารถถ่ายวีดีโอแบ่งปันได้โดยไม่อายใคร
สถานที่แรก และเป็นสถานที่สำคัญที่สุดในวัด นั่น คือ พระอุโบสถ ซึ่งมีป้ายไม้สักภาษาจีนขนาดใหญ่ ซึ่งเขียนเป็นลายสือศิลป์ของพระอาจารย์จีน ที่เขียนไว้ที่อุโบสถวัดเล่งเน่ยยี่เมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว ซึ่งมีความหมายว่า ที่ประดิษฐานแห่งองค์พระประธานในพระอารามหรือหมายถือพระอุโบสถนั่นเอง
กราบนมัสการ พระพุทธเจ้าทั้งสามองค์ภายในพระอุโบสถ แล้วจุดเทียนแก้วเพื่อบูชาพระประทาน เป็นการเสริมสิริมงคลให้ชีวิต มองเห็นจุดที่นำเทียนไปวางรวมกันแล้วสวยดี เลยนำ Bloggie Touch ในระยะไกล โดยยื่นกล้องไปถ่ายใกล้ๆ กล้องมาโครให้อัตโนมัติ ภายในระยะโฟกัส ตามสเป็คใกล้สุด 10 เซนติเมตร
ถ่ายภาพนิ่งและวีดีโอคลิป แบบธรรมดากันแล้ว ได้เวลาทดสอบประสิทธิภาพ ถ่ายภาพแบบ 360 องศา กับอุปกรณ์เสริมที่แถมมากับ Bloggie Touch กันบ้าง
ถึงแม้ว่าสัดส่วนจะไม่ได้ระนาบตามความเป็นจริงๆ และคุณภาพไฟล์ด้อยกว่าการถ่ายภาพแบบปรกติ เพราะมีพลาสติกครอบเลนส์เพื่อกันฝุ่นและอันตรายอีกที แต่ก็เป็นนวัตกรรมใหม่ช่วยให้การถ่ายภาพพานอรามาได้ง่ายขึ้น ถึงแม้จะต้องพัฒนาให้สมบูรณ์มากขึ้นไปอีก ให้ภาพที่แปลกใหม่ และตื่นตาตื่นใจ กับภาพเคลื่อนไหวรอบข้าง ส่วนกล่องพลาสติกที่ใส่เลนส์ 360 องศา ยังสามารถนำมาเสียบกับบล็อกกี้ เพื่อเป็นขาตั้งกล้องได้ด้วย
เช่นเดียวกับเมมโมรี่ ที่ไม่สามารถมีสำรองหรือถอดออกจากตัวเครื่องได้ แบตเตอรี่ของ Bloggie Touch ต้องชาร์จไฟผ่าน USB กับเครื่องคอมพิวเตอร์เท่านั้น โดยมีช่องต่อที่ตัว Bloggie หรือสำหรับใครที่ไม่ถนัด สามารถชาร์จผ่าน สาย USB ที่แถมมา ข้อดี ก็คือ สำหรับคนที่พกพาโน๊ตบุ๊คอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องพกสายชาร์จของ Bloggie แต่ก็มีข้อเสียคือหากไปเที่ยวในที่ที่ไม่มีคอมพิวเตอร์ จะหาที่ชาร์จลำบาก ส่วยวิธีการชาร์จไฟก็ไม่ยาก เพียงเสียบกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่เปิดใช้งานอยู่ ไม่ต้องเปิดเครื่อง Bloggie เพียงเท่านี้ก็จะทำการชาร์จแบตเตอรี่แล้วค่ะ
กลับจากวัดเล่งเน่ยยี่ รีบโหลดรูปลงคอม ผ่าน USB ก่อนจะโหลดรูป หรือเปิดไฟล์ในตัวเครื่อง ต้องกดปุ่มเปิดที่ Bloggie ก่อน แล้วจึง ก็อปปี้ ลงคอมพิวเตอร์ หรือ ซอฟท์แวร์ที่ติดมากับกล้อง สิ่งที่ถูกใจที่สุดในตัว Bloggie Touch คือสามารถอัพโหลด ภาพและวีดีโอ ได้ง่าย โดยผ่าน Bloggie Software ซึ่งไม่เพียงแต่ใช้ในการอัพโหลดรูปเท่านั้น ยังสามารถแปลงภาพ 360 องศา ที่ถ่ายมาจาก Bloggie Touch ให้เป็นแนวระนาบ และยังจัดเก็บรูปและวีดีโอที่เราถ่ายให้เป็นหมวดหมู่ โดยจัดเก็บเป็นอัลบั้ม พร้อมทั้งตั้งชื่ออัลบั้ม และคำอธิบายภาพทุกภาพได้อีกด้วย
ส่วนปัญหาของ Bloggie Solfware คงไม่ใช่เป็นที่ตัวโปรแกรม แต่เป็นเพราะหาโปรแกรมจะลงในคอมพิวเตอร์ค่อนข้างยาก เพราะถูกซ่อนอยู่ในตัวเครื่อง Bloggie Touch เมื่อเปิดดูในโฟลเดอร์ จะมองไม่เห็น จริงๆ ในคู่มือบอกให้เลือกโฟลเดอร์ที่ Auto Run แต่เมื่อใช้งานจริงๆ ต้องเข้าไปที่โฟลเดอร์ของ Bloggie ก่อนแล้วเซ็ทคอมพิวเตอร์ให้โชว์ไฟล์ที่ซ่อนไว้ จึงจะมองเห็นโปรแกรม จึงจะ Install โปรแกรมได้
สรุป
หากจะให้พูดถึงคำจำกัดความของ Bloggie Touch คงไม่ใช่กล้องถ่ายรูป หรือกล้องวีดีโอ โดยเฉพาะ แต่ถูกออกแบบมาเพื่อการพกพาไปทุกที่ เก็บภาพได้ทุกเวลา อัพโหลดภาพง่าย และรวดเร็ว เมื่อพูดถึงคุณภาพไฟล์ คงสู้กล้องที่ทำมาเพื่อเป็นกล้องถ่ายภาพนิ่ง และวีดีโอโดยเฉพาะไม่ได้ แต่ก็สามารถโชว์ภาพขึ้นเว็บได้ไม่อายใคร
และการไปวัดเล่งเน่ยยี่2 เพื่อแก้ชงในครั้งนี้ ประทับใจที่ได้ไปเที่ยววัดที่สวยงามที่สุดอีกแห่งในเมืองไทย ที่นอกจากจะไปทำบุญแล้ว ยังเป็นการท่องเที่ยวไปในตัว สำหรับใครที่ชงปีนี้ ก็สามารถไปแก้ชงที่วัดเล่งเน่ยยี่ 2 ได้ เพื่อความสบายใจ สะดวกสบายที่จะไปเพราะใกล้กรุงเทพมาก ส่วนใครที่ไม่ชงและดวงดีอยู่แล้ว ทางวัดบอกว่า จะเป็นการเสริมดวงให้ดีขึ้นไปอีก อันนี้ก็แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละบุคคลค่ะ
ข้อดี
1. กล้องตัวเล็ก น้ำหนักเบา พกพาสะดวก
2. ใช้งานง่าย
3. ถ่ายพานอราม่า 360 องศาได้ง่าย
4. อัพโหลดรูปขึ้นเว็บง่าย
5. มีอุปกรณ์เสริมเพื่อถ่ายภาพ 360 องศา
ข้อเสีย
1. ไม่สามารถใส่เมมโมรี่เพิ่มได้
2. ต้องชาร์จแบตเตอรี่ผ่าน USB เท่านั้น
3. โปรแกรม Bloggie Software ไม่มีระบบ Auto Run
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร. 0-2715-6100 หรือเยี่ยมชม www.sony.co.th
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น