http://www.facebook.com/RenderFoto

วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2555

canon 40mm f/2.8


หลายคนคงได้ข่าว Canon ประกาศตัวกล้อง 650D ไปบ้างแล้ว นอกจากกล้อง 650D ก็ยังมีเลนส์รุ่นใหม่ตามมาอีก 2 ตัวคือ EF 40mm f/2.8 กับ EF-S 18-135mm f/3.5-5.6 IS STM

รหัส STM ย่อมาจาก Step Motor ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อน Auto Focus ที่ออกแบบมาให้มีความนุ่มนวล ในการ Focus มากว่าเดิม

ที่ผ่านมาทาง Canon ใช้ระบบ USM ควบคุมการโฟกัสในเลนส์ของ Canon ซึ่งสำหรับภาพนิ่งแล้วก็ใช้งานได้ดีไม่มีปัญหา มีความรวดเร็วฉับไวอย่างที่เราๆได้ลองใช้กันมาแล้ว แต่สำหรับงาน Video แล้ว ด้วยความที่มันไวเกินไปมันก็เลยดูแล้วไม่นุ่มนวลสำหรับงาน Video

อ้าว … แสดงว่าเลนส์ตัวใหม่ที่ออกมานี่โฟกัสช้ากว่าเหรอ?
ใช่แล้วครับ มันช้ากว่า แต่ไม่ได้ช้าแบบผิดปกติ งานทั่วๆไปถือว่าทำงานได้สบายๆ แต่งานบางประเภทอาจจะไม่เหมาะนักเช่นงานถ่ายภาพกีฬาหรือว่าอะไรที่เคลื่อนไหวเร็วๆทั้งหลาย

เลนส์ใหม่นี้ออกมาสนับสนุนการทำงานของ Canon EOS 650D ที่สามารถโฟกัสต่อเนื่องตลอดเวลาได้ใน Live View Mode และ Video Mode ( Canon EOS 650D มีระบบโฟกัสแบบ Hybrid ใช้ Phase Focus กับ Contrast Focus ทำงานร่วมกัน)

สำหรับตัว 40mm f/2.8 นี้จะใช้กับกล้องได้ทั้งแบบ APS-C และแบบ Fullframe ด้วยความที่มันเป็นเลนส์ Pancake ซึ่งมีขนาดบางกว่าเลนส์ปกติทั่วไป เวลาเอามาต่อกับกล้องแล้วมันจะทำให้ไม่เกะกะ และช่วยในเรื่องการลดน้ำหนักในการทำงานไปได้เยอะ อีกอย่างก็คือเลนส์ตัวนี้มี f/2.8 ทำให้สามารถเล่นกับระยะชัดลึก/ต้ืน ได้โดยไม่มีปัญหา เหมาะทั้งงานภาพนิ่งและงาน Video

ตอนนี้พี่หาวก็รออยู่ว่าเมื่อไหร่จะออก เพราะส่วนตัวพี่หาวก็ใช้ Voiglander 40mm f/2 ที่เป็น Pancake ใช้แล้วสนุก ทำงานได้สะดวก ไม่เป็นภาระ ขาดอยู่อย่างเดียวที่อยากได้คือ อยากให้มันเป็น Autofocus … ก็เลยอยากจะลองดู Canon 40mm f/2.8 ตัวนี้เหมือนกันครับ
ลืมบอกเรื่องราคา ราคาที่ตั้งไว้ถือว่าถูกมา 199 USD เดี๋ยวออกมาแล้วจะรีบซื้อมาลองเล่นเลย

Focal Length40mm
Comparable Focal Length in APS-C Format64mm
Maximum Aperturef/2.8
Camera Mount TypeCanon EF
Format Compatibility35mm Film/Full-Frame Digital Sensor; APS-C size sensor
Angle of View57.3 degrees
Minimum Focus Distance11.81″ (30 cm)
Groups/Elements4 groups/6 elements
Diaphragm Blades7
AutofocusYes
Front Filter Thread52mm
Dimensions2.7 x 0.9″ (6.86 x 2.29 cm)
Weight4.6 oz (130 g)

Nikon D3200 DX format กับ 24.2 MP


Nikon เปิดตัวกล้อง DSLR รุ่นใหม่ D3200 ความละเอียด Sensor 24.2 MP บนขนาด Sensor DX Format
โอว … ขออุทานพร้อมเรอติดกลิ่นทุเรียนที่เพิ่งกินไปเมื่อกี๊
DX Format กับความละเอียด 24.2 MP นี่มันมาแนวเดียวกับ D800 เลยนะ คืออัดความละเอียดมาเผื่อว่าใครจะถ่ายไป Wrap ตึกใบหยก 2 …
เห็นอย่างนี้แสดงว่า Nikon มั่นใจในเทคโนโลยีของ Sensor ความละเอียดสูง และความสามารถในการประมวลผลของตัวเองมาก ไม่งั้นคงไม่กล้าใส่ความละเอียดมาขนาดนี้ เพราะถ้าภาพออกมาไม่ดีนี่อาจทำให้มีผลตอบรับกลับมาที่ไม่น่ารักนัก
ทั้งนี้ทั้งนั้นอย่าเพิ่งด่วนสรุปอะไร ให้มี Review ออกมาเยอะๆก่อนค่อยคุยกันอีกที ตอนนี้ดู Spec กับรายละเอียดที่ทาง Nikon ส่งมาให้ก่อนนะครับ
นิคอนเปิดตัว D3200 กล้องดิจิตอล เอสแอลอาร์ รูปแบบ DX มาพร้อมเซ็นเซอร์ CMOS แบบใหม่ โดดเด่นด้วยความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซล เปี่ยมประสิทธิภาพด้วยระบบประมวลผลภาพ EXPEED 3 ในแบบฉบับเดียวกันกับกล้องนิคอนระดับมืออาชีพ พร้อมโหมดฟังก์ชั่นการถ่ายภาพที่หลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการในการใช้งานอย่างง่ายดาย
นิคอน D3200 ได้รับการพัฒนาขึ้นต่อเนื่องจากกล้องรุ่น D3100 ที่ไม่เพียงแต่ความนิยมจากผู้บริโภคมากมายทั่วโลก ยังได้รับรางวัล iF Communication Design Award อันเป็นรางวัลระดับโลกที่รับรองโดยสถาบันชั้นนำInternational Forum Design GmbH of Hanover ในประเทศเยอรมนี
นิคอน D3200 มาในขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา พกพาได้สะดวก แต่เปี่ยมด้วยฟังก์ชั่นและประสิทธิภาพการทำงานที่ล้ำหน้ายิ่งขึ้น
ด้วยการผสมผสานระบบ CMOS เซ็นเซอร์รูปแบบ DX ใหม่ให้ความละเอียดของภาพสูงถึง 24.2 ล้านพิกเซล กับระบบประมวลผลภาพ EXPEED 3 ในแบบฉบับเดียวกันกับกล้องนิคอนระดับมืออาชีพอย่าง D4 และ D800/D800E ให้ภาพถ่ายในคุณภาพระดับมืออาชีพ พร้อมคุณสมบัติ Guide Mode ที่ได้รับ
การพัฒนาให้ใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น รวมทั้งการเพิ่มเติมฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลายกว่า
นิคอน D3200 ยังรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ไร้สาย (สมาร์ทโฟน หรือ แทบเล็ตพีซีในระบบแอนดรอยด์) ด้วยอุปกรณ์เสริม Wireless Mobile Adapter (WU-1a) สามารถส่งภาพถ่ายไปยังอุปกรณ์สื่อสาร สำหรับการแบ่งปันภาพถ่ายบนโซเชียลเน็ตเวิร์ค หรือส่งอีเมล์ได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว ทั้งยังสามารถควบคุมการถ่ายภาพได้ในระยะไกลผ่านทางอุปกรณ์ไร้สายอีกด้วย
คุณสมบัติเด่นของกล้อง D3200
  • เซ็นเซอร์ CMOS รูปแบบ DX ความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซล และระบบประมวลผลภาพ EXPEED 3 ใหม่! ภาพสวยเนียนเมื่อถ่ายภาพที่ความไวแสงสูง
  • นิคอน D3200 ติดตั้งเซ็นเซอร์ CMOS แบบ DX Format ใหม่ กับความละเอียดสูง 24.2 ล้าน
  • พิกเซล ด้วยค่าความไวแสงมาตรฐาน ISO 100 ถึง ISO 6400 รองรับช่วงขยายเพิ่มเติมไปจนถึง ISO 12800 (Hi-1)
  • ระบบประมวลผลภาพ EXPEED 3 ใหม่ ที่ออกแบบมาสำหรับกล้องระดับมืออาชีพของนิคอนโดยเฉพาะเพื่อรองรับการถ่ายภาพที่มีความละเอียดสูง ให้การทำงานที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ภาพที่ได้จึงมีคุณภาพสูงสุด สีสันสวยงาม ให้รายละเอียดครบถ้วน รวมถึงการจัดการสัญญาณรบกวนอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้สามารถบันทึกภาพนิ่งและวีดีโอได้สวยคมชัดยื่งขึ้นในสภาวะแสงน้อย
  • โหมดเมนูลัด (Guide Mode) ช่วยให้การใช้งานสะดวก ง่ายดายยิ่งขึ้น
  • D3200 มาพร้อมโหมดเมนูลัด (Guide Mode) ที่ได้รับการพัฒนาให้ใช้งานได้ง่ายดายยิ่งขึ้นจะแสดงการตั้งค่าการถ่ายภาพที่เหมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆ รวมถึงการเปิดดูภาพ การตกแต่ง
  • จอภาพ LCD ขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 921,000 จุด แบบมุมมองกว้าง สะดวกยิ่งขึ้นสำหรับการถ่ายภาพด้วยไลฟ์วิว ถ่ายภาพในโหมดไลฟ์วิวที่ง่ายดายในปุ่มเดียว ไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่งหรือวิดิโอ สามารถเลือก
  • โหมดพื้นที่โฟกัสอัตโนมัติได้ถึงสี่โหมด ทั้งโฟกัสอัตโนมัติเฉพาะใบหน้า โฟกัสอัตโนมัติพื้นที่กว้าง โฟกัสอัตโนมัติพื้นที่ปกติ และโฟกัสอัตโนมัติติดตามวัตถุ
  • ฟังก์ชั่น D-Movie อิสระแห่งการถ่ายทำภาพยนตร์ที่สร้างสรรค์ในรูปแบบ Full HD (1,920 x 1,080/30p) เพียงกดปุ่มบันทึกวีดีโอ กล้องก็จะบันทึกวีดีโอความละเอียดสูงระดับ Full-HD 1920×1080/30p ให้ทันที นอกจากนี้ ยังสามารถใช้การตั้งค่าต่างๆในโหมดเมนูลัดเพื่อบันทึกวีดีโอได้อีกด้วย รวมทั้งการรองรับเลนส์ Nikkor หลากหลายประเภท ทั้งเลนส์มุมกว้าง เลนส์เทเลโฟโต้ และเลนส์ฟิชอายเพื่อ ทำให้การสร้างภาพยนตร์เป็นเรื่องง่ายและตื่นตากว่าที่เคย ด้วยโหมดโฟกัสอัตโนมัติต่อเนื่อง (Full-time-servo AF:AF-F) ซึ่งทำงานสัมพันธ์กับระบบพื้นที่โฟกัสใบหน้าและระบบโฟกัสติดตามวัตถุ ภาพใบหน้าบุคคลหรือวัตถุที่เคลื่อนที่จะคมชัดตลอดเวลาแม้เคลื่อนไหวขณะที่ทำการบันทึกวีดีโอ
  • นอกจากนี้ฟังก์ชั่นการตัดส่วนวีดีโอภายในตัวกล้อง ช่วยให้การสร้างสรรค์ภาพยนตร์เป็นไปได้อย่างง่ายดาย ไม่เปลืองพื้นที่ในการเก็บวีดีโอที่ไม่จำเป็น และยังเลือกบันทึกเฟรมภาพยนตร์จังหวะที่ต้องการเป็นไฟล์ภาพนิ่ง JPG ที่ตัวกล้องได้อีกด้วย และยังรองรับอุปกรณ์เสริมไมโครโฟนสเตอริโอ ME-1 ที่สามารถบันทึกเสียงระบบสเตอริโอ พร้อมลดเสียงรบกวนจากการสั่นสะเทือนของเลนส์ระหว่างโฟกัสอัตโนมัต
  • รองรับการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย ถ่ายโอนไฟล์ภาพไปยังอุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์ หรือควบคุมการทำงานของกล้องในระยะไกลได้อย่างง่ายดาย
  • ด้วยอุปกรณ์เสริม Wireless Mobile Adapter (WU-1a) D3200 สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์ (สมาร์ทโฟน หรือ แทบเล็ตพีซีในระบบแอนดรอยด์) สำหรับการถ่ายโอนภาพถ่ายไปยังอุปกรณ์สื่อสารสำหรับการแบ่งปันภาพถ่ายบนโซเชียลเน็ตเวิร์ค หรือส่งอีเมล์ได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว ทั้งยังสามารถควบคุมการทำงานของกล้องได้ในระยะไกลผ่านทางอุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์ โดยภาพที่มองผ่านเลนส์รวมทั้งข้อมูลการตั้งค่าต่างๆ จะปรากฏบนหน้าจออุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์แบบไลฟ์วิว และ สามารถปรับการตั้งค่าและควบคุมการกดชัตเตอร์ได้ทันที ผสานการทำงานของกล้องถ่ายภาพและอุปกรณ์สื่อสารให้ตอบโจทย์ไลฟสไตล์สำหรับคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว

NEX VG-10

 สายลมหนาวพัดมา ได้เวลาไปสูดหมอก นอนนับดาว ชมจันทร์ดูตะวันตกดิน การทดสอบกล้อง SONY NEX VG-10 ในครั้งนี้ เราจะไปเยือน สวิสเซอร์แลนแดนอีสาน หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า วังน้ำเขียวนั่นเองค่ะ
อำเภอ วังน้ำเขียวเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา ที่มีทิวเขาลูกเล็กใหญ่ เป็นดินแดนที่มีอากาศเย็น และหมอกตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงเดือน ธันวาคม - มกราคม ถือเป็นหน้าท่องเที่ยว มีทั้งเทศกาลมหัศจรรย์แห่งงานศิลป์ ดินแดนแห่งความสุข Flora Fantasia และเป็นช่วงที่แหล่งผลิตผ้าไหมชื่อดัง อย่างจิม ทอมป์สันฟาร์ม ได้เปิดฟาร์มให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชม โอกาสเหมาะเช่นนี้มีเพียงปีละครั้ง สถานที่แรกที่เราจะไป นั่นก็คือ จิม ทอมป์สันฟาร์ม อ.ปักธงชัย นั่นเองค่ะ
จิมทอมป์สันฟาร์ม เปิดให้ท่องเที่ยวชมความสวยงามของดอกไม้ สัมผัสกลิ่นอายวัฒนธรรมของชาวอีสานปีละ 23 วัน ระหว่างวันที่ 18 ธันวาคม ไปจนถึง 9 มกราคม ระยะทางประมาณ 260 กิโล จากกรุงเทพ เราเลือกใช้เส้นทางถนนมิตรภาพ เลี้ยวขวาที่สามแยกปักธงชัย และเลี้ยวขวาอีกทีเข้าถนนเลียบคลองส่งน้ำจากเขื่อนลำพระเพลิง อีก 20 กิโล จะพบกับฟาร์มจิมทอมป์สัน โดดเด่นไปด้วยดอกไม้ ผ้าไหม และฟักทองลูกใหญ่ อยู่หน้าฟาร์มนั่นเอง
จอดรถ หยิบกล้อง SONY NEX - VG 10 ออกจากกระเป๋า ตอนยังไม่ประกอบกับเลนส์ ขนาดพอๆ กับกล้อง Handycam แต่เมื่อใส่เลนส์ 18 -200 OSS กล้องดูโปร พร้อมกับน้ำหนักที่มากขึ้น บาล้านซ์หนักไปข้างหน้าเมื่อติดเลนส์ 18-200 OSS ด้านการออกแบบ การจัดวางปุ่มต่างๆ คล้าย Handycam ทั่วไป มีปุ่มการควบคุมหลักๆ อยู่ไม่กี่ปุ่ม ซึ่งค่อนข้างเข้าใจง่าย ด้านหลังจะเป็นช่องใส่แบตเตอรี่ พร้อมตะแกรงปิดระบายความร้อน ที่แน่นหนา แต่ไม่มีตัวยึดกับกล้อง ซึ่งเมื่อใช้งานจริง สำหรับคนขี้ลืม เมื่อเปลี่ยนแบตอาจวางทิ้งและทำหายได้ แต่ปัญหาการหลุดหายคงยาก เพราะเมื่อปิดลงล็อกแล้ว โอกาสหลุดมีน้อย ยกเว้นกระแทกแรงจริงๆ
ประกอบกล้องเช็คแบตเตอรี่ ฟอร์แมตเมมโมรี่เรียบร้อย ซื้อบัตรเข้าชมคนละ 80 บาท เดินขึ้นรถรูปแตงโมที่ทางฟาร์มจัดเตรียมไว้รับส่ง พร้อมไกด์บรรยายรายละเอียดของสถานที่ที่รถผ่าน ไกด์สาวคนแรก เล่าประวัติของผู้ก่อตั้งฟาร์มชื่อว่า เจมส์ แฮริสัน วิลสัน ทอมป์สัน หนึ่งในกองกำลังป้อมกันแห่งเคลาแวร์ และหน่วยสืบราชการลับของอเมริกา ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อสงครามโลกยุติลง จึงย้ายมาอยู่เมืองไทยถาวร ด้วยความชื่นชอบในผ้าไหม จึงเริ่มต้นศึกษาวิธีการผลิต และก่อตั้งบริษัทอุตสาหกรรมไหมไทย โฆษณาและขายให้กับกลุ่มชนชั้นสูงที่เดินทางมายังประเทศไทย และบรอดเวย์ จนโด่งดัง
ฟังประวัติเพลิน รถแวะส่งเราจุดแรกที่ ลานฟักทอง ซึ่งมีฟักทองยักษ์สีสดใส วางเรียงราย กองเป็นภูเขา ทุ่งดอกคอสมอส ปลิวตามแรงลม ตัดกับสีส้มของลานฟักทอง
แสงตะวันหน้าหนาว ในวันฟ้าใส แสงแดดสาดส่องทุ่งดอกคอสมอสสุดลูกหูลูกตา สีสัน ชมพู ม่วง ขาว ผึ้งน้อย ผีเสื้อบินดูดน้ำหวาน ชวนให้ผู้ชมอย่างเราสดชื่น หลังจากให้อาหารตาจนลืมแดด ก็ไม่ลืมที่จะถ่ายทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ มาเป็นหลักฐาน ด้วยแสงแดดจ้า ทำมุมส่องเข้าจอ LCD พอดี จึงมองจอแทบไม่เห็น กดปุ่ม Finder/LCD สลับการแสดงผล มาที่ช่อง EVF ความละเอียด 1,152,000 พิกเซล พร้อมฮู๊ดยางบังแสง ปรับระดับได้ตั้งแต่ระดับหน้าอก ถึงระดับสายตา เก็บภาพและมองภาพในที่ว่างมากได้ชัดเจน และประหยัดแบตเตอรี่
สู้กับแสงแดดจ้าได้ไม่เท่าไร ต้องยอมแพ้ กลับเข้ามานั่งบนกองฟางที่ถูกมัดรวมกันเป็นเก้าอี้ กดเพลย์เช็คภาพเคลื่อนไหว และภาพนิ่ง ทึ่งกับคุณภาพที่ได้ และเห็นความ ต่างของกล้อง SONY NEX VG-10 กับกล้องถ่ายภาพวีดีโอทั่วไป คือขนาดเซ็นเซอร์แบบ Exmor APS HD CMOS ขนาด 23.4 x15.6 มิลลิเมตร ใหญ่กว่ากล้องวีดีโอธรรมดาถึง 19.5 เท่า ทำให้สามารถถ่ายภาพให้ฉากหลังเบลอได้ใกล้เคียงกล้องถ่ายหนังตัวใหญ่ ที่กล้องวีดีโอที่มีเซ็นเซอร์ขนาดเล็กไม่สามารถทำได้ และหากต้องการความชัดลึก เพื่อเน้นย้ำรายละเอียด ก็สามารถปรับค่ากล้องให้ชัดลึกได้อย่างใจต้องการ
รถรับส่งตามจุดภายในไร่มารับแล้ว ได้เวลาเดินทางสู่ จุดต่อไป เพื่อสัมผัสบรรยากาศ และเรียนรู้วัฒนธรรม และวงจรชีวิตของหนอนไหม ตั้งแต่เป็นผีเสื้อจนกลายเป็นเส้นไหมอันล้ำค่า
รถจอดส่งเราที่หมู่บ้านอีสาน หุ่นไล่กา ยืนเด่น อยู่หน้าต้นข้าวที่กำลังออกรวงสวย ฝูงแมลงปอบินต้อนรับ เหมือนจะทักทายผู้มาเยือนทั้งหลาย แว่วเสียงแคนดังมาแต่ไกล เชื้อเชิญให้เราก้าวเข้าไป ณ ดินแดนแห่งนี้
เมื่อเข้าไปในหมู่บ้าน พบคุณป้าท่านหนึ่งกำลังต้มรังไหม เข้าไปสอบถาม ได้ความว่ากำลังสาวไหมนั่นเอง
คุณป้าบอกว่าต้องต้มน้ำให้เดือดก่อน แล้วเส้นไหมจะออกมาเอง จากนั้นก็ต้องทำเกลียว และสาวไหม ส่วนการต้ม ไม่ใช่ใครก็ทำได้ ต้องมีความชำนาญ เพราะหากต้มมากไป ก็จะเกิดเศษไหมมาก หากต้มน้อยไป เส้นไหมก็จะขาดง่าย หลังจากสาวไหม แล้วก็ต้องกรอไหม ทำใจไหมก่อนที่จะไปทออีกที
ได้คุยกับคุณป้า ทำให้ทึ่งในภูมิปัญญาชาวอีสาน และจะไม่บ่นอีกต่อไปว่า ผ้าไหมแพงอีกแล้วค่ะ
ไมโครโฟน 4 ทิศทาง พร้อมตัวกันเสียงลม
ตื่นเต้นกับการสาวไหม ได้ซักระยะ เสียงแคนแว่วเข้าหู ดึงดูดใจให้ไปดูโชว์ระยะใกล้ กดถ่ายวีดีโอ เพื่อบันทึกภาพและเสียง ต้องยอมรับว่า Sony Nex - VG 10 บันทึกเสียงได้คุณภาพสูง แม้ต้นกำเนิดเสียงจะเบา หรือดังก็ได้เสียงคมชัด คุณภาพดีมาก อย่างในวีดีโอตัวอย่าง เสียงแคนและเสียงนกร้อง อัดมาจากบรรยากาศจริงๆ ผ่านไมค์ที่ตัวกล้องเท่านั้น ให้เสียงที่คมชัด เหมือนใช้ไมค์ลอย

นั่งรถกันต่อ ลงป้ายสวนดอกไม้ และตลาด จิม ทอมป์สัน เพื่อหาน้ำและของกินรองท้อง แมลงปอ บินว่อนทักทาย หมูมวลดอกไม้ ซึ่งขณะนี้ แข่งกันบานรับลมหนาว ท้องทุ่ง รอบๆ ตลาดจิมทอมป์สัน ถูกแต่งแต้มไปด้วยดอกไม้สารพัดสี เมื่อเดินเข้าไปบริเวณตลาด ขายของที่ผลิตได้จากไร่ ทั้งฟักทอง ผักปลอดสารพิษ น้ำผึ้งจากเกสรลำไย รวมไปถึงเครื่องดื่ม แคนตาลูปปั่นเย็นชื่นใจ นอกจากนี้ยังมีน้ำผึ้งโซดามะนาว ให้ได้ลิ้มลอง
นั่งพักดื่มน้ำจนหายเหนื่อย พร้อมชมแปลงผักปลอดสารพิษเป็นอาหารตา ก่อนจะนั่งรถเพื่อกลับสู่ลานจอดรถ ระหว่างทาง ผ่านทุ่งปอเทืองสีเหลืองอร่าม ก่อนมาถึงจุดหมายซุ้มน้ำเต้าลอยฟ้า อยู่เหนือบริเวณร้านอาหารและเครื่องดื่มนั่นเอง
จบจากการเที่ยวฟาร์มจิมทอมสันแล้ว จุดมุ่งหมายต่อไปคือ เทศกาลมหัศจรรย์แห่งงานศิลป์ ดินแดนแห่งความสุข Flora Fantasia จัดขึ้นที่ อ.วังน้ำเขียว ระยะทางห่างจากที่นี่ประมาณ 60 กิโล ขับรถต่อไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็พบกับซุ้มขายพุทรานมสด ของขึ้นชื่อ อ.วังน้ำเขียว นั่นแสดงว่า เราถึงที่หมายแล้ว
เลี้ยวเข้าที่จอดรถ ซึ่งถูกแปรสภาพจากสวนมะขาม รถรับส่งจากเราจุดจอดรถเข้าสู่บริเวณงาน เสียเงินซื้อบัตร ในวันธรรมดาคนละ 100 บาท วันเสาร์อาทิตย์ 200 บาท เทศกาล 400 บาท ถือว่าราคาสูง แต่ถือว่าได้ทำบุญ เพราะรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย สบทบทุนสร้างอาคารภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 8 สภากาชาดไทย
บริเวณทางเดินเข้างาน ถูกจัดเป็นส่วน มีบู๊ทขายสินค้าอาหาร และบู๊ทสปอนเซอร์ รวมไปถึงเวทีกิจกรรม ไม่รอช้าเดินขึ้นไปจุดชมวิวเก็บภาพมุมสูง ของเขาวงกตดอกไม้ ที่ถูกจัดให้เป็นรูป ดวงจันทร์ ตะวันยิ้มแฉ่ง และผีเสื้อ สีสันสวยงาม แบบมนุษย์สร้างขึ้น นอกจากพุ่มดอกไม้แล้ว ยังมีผู้คนมากมาย ที่ลงไปเดินเล่น ขนาดวันนี้เป็นวันธรรมดา คนยังขนาดนี้ หากเป็นวันหยุด หรือเทศกาลคนคงเยอะกว่านี้เป็นร้อยเท่า
บริเวณจัดงานไม่กว้างนัก แต่ก็เต็มไปด้วยดอกไม้หลากสี หากมองเจาะลึก จะพบกับหมู่มวลแมลงที่บินมาดูดน้ำหวาน หมุนซูมเพื่อโฟกัสผึ้งกำลังดูน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ ต้องยอมรับว่าระบบออโต้โฟกัสของกล้อง Sony Nex-VG 10 ยังทำได้ไม่ดีนัก โดยเฉพาะการถ่ายวัตถุเล็กๆ ควรปรับแมนนวลโฟกัส ใช้ร่วมกับช่องมอง EVF จะแม่นยำกว่า
หมุนวงแหวนโฟกัส จนได้ภาพที่ถูกใจ ลองเปลี่ยนเลนส์ 16 มิล เพื่อเก็บภาพมุมกว้างให้กว้างขึ้น สีอิ่มสวย ซึ่งนอกจาก SONY NEX - VG 10 จะมีเลนส์ 18-200 OSS เป็นเลนส์ติดกล้องแล้ว ยังสามารถเปลี่ยนเลนส์ E- mount อย่าง 18-55 หรือ 16 มม. และหากใส่อแดปเตอร์ ก็สามารถใช้ร่วมกับเลนส์อัลฟ่าที่มีมอเตอร์ (รหัส SSM,SAM) ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่หากเป็นเลนส์อัลฟ่าที่ไม่มีมอเตอร์จะต้องปรับโฟกัสด้วยมือหมุน
คุณภาพของภาพนิ่งเทียบเท่ากล้อง DSLR
เดินเที่ยวชมภายในเขาวงกตดอกไม้ พบกับดอกไม้แปลกๆ มากมาย โดยเฉพาะดอกไม้เมืองหนาว อดไม่ได้ที่จะถ่ายภาพนิ่งเก็บไว้ สิ่งที่ถูกใจสำหรับการถ่ายภาพนิ่งของกล้อง Sony Nex-VG 10 คือคุณภาพของไฟล์ภาพขนาด 14.2 ล้านพิกเซล ถ่ายทอดรายละเอียด สีสันได้ดีเยี่ยม ไม่มีสีเทาเคลือบในภาพ มิติภาพสมจริง สีอิ่มสวย และสามารถคุมชัดลึก ทำหน้าชัดหลังเบลอได้จริงๆ ถึงแม้การควบคุมกล้อง และความถนัดจะไม่เท่ากล้อง DSLR
การใช้งานโหมดถ่ายภาพนิ่งของกล้อง Sony Nex VG10 ต้องสลับผ่านปุ่มสลับโหมด ให้เป็นโหมดภาพนิ่งจึงจะถ่ายได้ และหากต้องการถ่ายวีดีโอก็ต้องปรับไปที่โหมดถ่ายวีดีโอก่อนเช่นกัน โดยโหมดการถ่ายภาพนิ่งถูกตัดทอนลูกเล่นหลายโหมด เช่นโหมด iAUTO พานอราม่า แต่ยังคงโหมดสำคัญอย่าง P A S M โหมดกันสั่น และกลางคืนถือด้วยมือไว้
หลังจากอิ่มใจกับหมู่มวลดอกไม้ จนฟ้ามืดมิด ได้เวลาเข้าที่พักกันเสียที สถานที่ที่เราจะพักในวันนี้ คือ จันทาราวัลเล่ห์ รีสอร์ทเปิดใหม่ที่ตั้งเด่นอยู่บนเขา การมาวังน้ำเขียวครั้งนี้ไม่ได้จองที่พักไว้ก่อน วางแผนไว้ว่าชอบที่ไหนก็เข้าไปติดต่อเลย ประจวบเหมาะกับไปนั่งกินกาแฟ ที่ A Cup Of Love แล้วมองขึ้นไป เห็นจันทาราวัลเล่ห์ ตั้งเด่นเป็นสง่าสวยงามอยู่บนเขา จึงหาทางเข้าและตัดสินใจพักที่นี่ เพราะราคาไม่แรง วิวสวย ชอบห้องน้ำที่สุดเพราะมี 2 โซน อยากอาบน้ำท่ามกลางแสงจันทร์ก็ได้ หรือจะอาบในห้องน้ำแบบปรกติก็ได้ แถมมีหลังคากระจกอยู่ด้านบน ให้นอนนับดาว พี่คนดูแลบอกว่าเพิ่งเปิดรีสอร์ทได้ประมาณ 1 อาทิตย์ ไม่รู้ว่าหากเรากลับไปอีกที จะยังได้ราคานี้อยู่รึเปล่า
จัดของ อาบน้ำ กินข้าวเรียบร้อย ออกมานั่งสูดโอโซนที่ระเบียงห้องพัก มองเห็นดวงจันทร์งดงาม เข้าใจแล้วว่าทำไมรีสอร์ทนี้ถึงมีชื่อว่าทาราวัลเล่ห์ หยิบกล้องออกมาปรับโหมดถ่ายภาพนิ่งไปที่โหมดถ่ายกลางคืนด้วยมือ มีเพียงแสงจันทร์ และแสงไฟจากห้องพักเท่านั้น กดชัตเตอร์กล้องรัว แล้วนำมาประมวลผลรวมเป็นภาพเดียว แสงของภาพสว่างกว่าที่ตาเห็น เก็บรายละเอียดได้ดี และเกรนของภาพน้อยมาก ต้องชมว่าถ่ายภาพนิ่งในที่แสงน้อยได้ดีจริงๆ
และนอกจากถ่ายภาพนิ่งในที่แสงน้อยได้ดีแล้ว หากต้องการถ่ายภาพเคลื่อนไหวในที่แสงน้อยมากๆ สามารถปรับ Gain (คล้ายความไวแสงของกล้องถ่ายภาพ) ได้ตั้งแต่ 0- 27 db แต่หากปรับค่า Gain ยิ่งมาก จะมีเกรนเม็ดๆ ในภาพวีดีโอมากขึ้น แต่หากไม่อยากปรับตั้งเอง ก็สามารถเลือก AUTO ให้กล้องคำนวณและปรับเปลี่ยนตามสภาพแสงได้เอง
อาบแสงจันทร์จนดึก ตื่นเช้ามาก็ยังเห็นดวงจันทร์ พร้อมหมอกบางๆ อากาศเย็น จิบกาแฟอุ่นๆ บนโต๊ะไม้ นั่งมองวิวฟ้าเปลี่ยนสี รอแสงแรกแห่งวัน จนถึงเวลาที่รอคอย ดวงอาทิตย์เริ่มโผล่ จากที่เป็นเพียงเส้นเล็กๆ กลายเป็นดวงกลมโตอย่างรวดเร็ว ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่า ว่าพระอาทิตย์ที่นี่ดวงกลมโตกว่าที่เคยเห็น หมุนซูมเลนส์ 18-200 OSS แบบเบลอๆ เทียบสีรูปที่ถ่ายกับที่ตาเห็นแทบไม่แตกต่าง
ตั้งกล้องถ่ายวีดีโอพระอาทิตย์ขึ้นข้อดีของกล้อง SONY NEX - VG 10 อีกอย่างคือกล้องจะทำการปรับ iris หรือม่านรับแสงอัตโนมัติ คำนวณแสงที่เข้ากล้อง จึงไม่ต้องห่วงว่าตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น จนสว่างจ้า กล้องจะปรับม่านรับแสง และ Gain ได้ด้วยตัวเอง
ชมพระอาทิตย์อยู่ดีๆ หมอกพัดมาปกคลุมเต็มพื้นที่ แล้วซักพักก็จางหาย พร้อมกับเวลาอันสมควรที่เราต้องกลับกันเสียที การมาเยือนสวิสเซอร์แลนด์แดนอีสานในครานี้ จึงต้องจบลงโดยปริยาย
การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ
ข้อดีของกล้อง SONY NEX ? VG 10 นอกจากจะสามารถปรับตั้งค่าแมนนวลได้เองทั้งหมดแล้ว ยังมีช่องเชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับการใช้งานแบบมืออาชีพ อย่างช่องต่อไมค์ หูฟัง ต่อสาย HDMI ฮอทชูแฟลชสำหรับแฟลชกล้องถ่ายภาพ (HVL F42AM, HVL F58AM) และไฟต่อเนื่องสำหรับการถ่ายวีดีโอ สำหรับหน่วยจัดเก็บข้อมูล ไม่มีฮาร์ดดิสในตัว ใช้เมมโมรี่ Memory Stick PRO Duo, Memory Stick PRO-HG Duo, และ SD/SDHC (ควรเป็น Class 4 ขึ้นไป)
สรุป
SONY Nex-VG 10 เป็นกล้องวีดีโอเปลี่ยนเลนส์ได้เจนเนอเรชั่นใหม่ของกล้อง Handycam ด้วยเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ ทำให้ได้ไฟล์คุณภาพสูง ทั้งภาพนิ่ง และวีดีโอ รวมไปถึงไมโครโฟน 4 ทิศทาง ไวต่อเสียงรอบข้าง และอัดเสียงได้ชัดเจนสมจริง ตัวกล้องสามารถปรับตั้งทุกส่วนด้วยตัวเอง จอ LCD ขนาด 3 นิ้ว ความละเอียดสูง ที่ถึงแม้จะไม่ใช่ทัชสกรีนแต่ก็ใส่เทคโนโลยี Tru Black ให้สีดำเป็นสีดำสนิท มีความสมดุลของสี ให้ภาพคมชัดสีสดใส และแก้ปัญหาการถ่ายกลางแจ้งแล้วมองจอไม่เห็นด้วยช่องมองภาพแบบ EVF พร้อมฮู๊ดบังแสงปรับมุมขึ้นลงได้ตั้งแต่ระดับสายตาไปจนถึงระดับหน้าอก ที่ตัวกล้องสามารถควบคุม Iris (ม่านรับแสง) และ Gain (ความไวแสง) ของภาพได้ด้วยตัวเอง สามารถปรับ Gain ได้ตั้งแต่ 0- 27 db หรือจะตั้งเป็นออโต้ให้กล้องคำนวณตามความเหมาะสม นอกจากสามารถถ่ายวีดีโอได้ในที่แสงน้อยแล้ว ยังมีโหมดถ่ายกลางคืนถือด้วยมือในโหมดถ่ายภาพนิ่ง ให้ภาพคมชัด สัญาณรบกวนต่ำ แม้สภาพแสงจะน้อยมากๆ และมีช่องต่ออุปกรณ์เสริมภายนอกตอบสนองความต้องการของช่างภาพมืออาชีพ
ข้อดี
- คุณภาพของ File วีดีโอ ดีมาก
- ฉากหลังเบลอได้ตามต้องการ
- ควบคุมกล้องด้วยตัวเอง (ระบบแมนนวล) ปรับตั้งค่ากล้องได้ทุกส่วน
- ไมค์คุณภาพสูง ความไวเสียงสูงให้เสียงคุณภาพสูง 4 ทิศทาง พร้อมตัวกันเสียงลม
- ถ่ายภาพนิ่งความละเอียดสูง 14.2 ล้านพิกเซล คุณภาพเทียบเท่ากล้อง DSLR
- ระบบกันสั่นที่ เลนส์ SEL18200 (E 18-200mm F3.5-6.3 OSS) กันสั่นได้ดี
- จอมอนิเตอร์ LCD 3.0 นิ้ว ความละเอียดสูง พร้อมเทคโนโลยี TruBlack ให้ภาพสีสันสดใส สมจริง
- มีช่องมองภาพแบบ EVF พร้อมฮู๊ดบังแสง ปรับหมุนได้ตั้งแต่ระดับหน้าอก ถึงระดับสายตา
- กล้องสามารถควบคุม Iris (ม่านรับแสง) และ Grain (ความไวแสง) ของภาพได้ด้วยตัวเอง
- ถ่ายภาพนิ่งได้คุณภาพเยี่ยม แม้ในที่แสงน้อย
- สามารถต่อแฟลชภายนอก และใช้ร่วมกับไมโครโฟนได้

ข้อติ
- ความเร็วในการเปิดกล้องค่อนข้างช้า
- AUTO Focus ไม่แม่นยำ โดยเฉพาะวัตถุ ชิ้นเล็กๆ
- บาล้านท์น้ำหนักของกล้องเมื่อติดเลนส์ 18 -200 OSS หนักไปข้างหน้ามากเกินไป
- ตำแหน่งการวางปุ่มชัตเตอร์ถ่ายภาพนิ่ง นิ้วมักเผลอไปโดนเสมอ
- ปุ่มถ่ายวีดีโอน่าจะเพิ่มตำแหน่งมากกว่านี้ เช่น ที่ก้านจับด้านบน
- น่าจะมีระบบ iAuto สำหรับการถ่ายวีดีโอมาให้ด้วย สำหรับกลุ่มลูกค้ามือสมัครเล่น
- ไม่มีหน้าจอ LCD แบบ Touch Screen ไว้สำหรับเลือกจุดโฟกัส และสามารถตั้งระบบโฟกัสแบบช้าได้

ภาพนิ่ง และวีดีทั้งหมดถ่ายโดย SONY Handycam NEX-VG10
ภาพประกอบรูปลักษณ์ VG10 ถ่ายโดย SONY NEX5

ขอขอบคุณ บริษัทโซนี่ไทย เอื้อเฟื้อกล้อง SONY Handycam NEX-VG10
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร. 0-2715-6100 หรือเยี่ยมชม www.sony.co.th

Sony Bloggie Touch


ช่วงตรุษจีนที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเปิดทีวีไปช่องไหน ก็จะพบกับคำว่าปีชง ความเชื่อตามโหรราศาสตร์จีน ที่พูดถึงหลักของปีชงว่า เป็นปีที่เป็นปรปักษ์ ไม่ถูกกันกับปีนั้นๆ ส่งผลให้ชีวิตมีอุปสรรค และต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง และในปี 2554 ในปีนี้ซึ่งตรงกับปีกระต่าย ตามตำราว่าไว้ ว่าชง กับปีระกา ปีเถาะ ปีมะเมีย ปีชวด สำหรับใครที่ชงก็ไม่ต้องตกใจ สามารถไปทำบุญแก้ชงได้ เพื่อให้อุปสรรคที่จะเข้ามา ผ่านไปด้วยดี
จุดมุ่งหมายของการแก้ชงในวันนี้ คือ วัดเล่งเน่ยยี่สอง ที่นอกจากจะทำบุญแก้ชงแล้ว ที่นี่ ยังสวยงาม ตามแบบฉบับของสถาปัตยกรรมจีนในยุคราชวงศ์หมิง-ชิง ซึ่งจำลองมาจากวังต้องห้ามในกรุงปักกิ่ง เหมือนกับเราได้ทำบุญและเที่ยวไปในตัว และเนื่องจากมีจุดประสงค์หลักอย่างอื่น ที่ไม่ใช่การเที่ยวถ่ายภาพ แต่การมาสถานที่สวยๆ ก็ไม่อยากพลาดภาพเหมือนกัน Bloggie Touch จึงเหมาะกับสถานการณ์มากที่สุด เพราะเป็นกล้องเพื่อ พกพา ที่ง่ายและสะดวกในการบันทึกวีดีโอ และภาพนิ่ง แถมยังบันทึกได้ 360 องศา และอัพโหลดขึ้นยูทูปและเฟสบุ๊คได้ง้าย ด้วยโปรแกรม Bloggie Soft Ware
ก่อนจะชมความงามของวัดเล่งเน่ยยี่สอง เรามาดูการออกแบบของ Bloggie Touch กันก่อน รูปร่างของ Bloggie Touch เหมือนโทรศัพท์ มากกว่ากล้องถ่ายภาพ เล็กบาง สามารถใส่กระเป๋ากางเกงได้ ด้านหน้าประกอบด้วยจอ LCD ขนาด 3 นิ้ว และปุ่มถ่ายวีดีโอ Bloggie Touch มีปุ่มน้อยมากเพียง 3 ปุ่มเท่านั้น คือปุ่มเปิดปิด ปุ่มถ่ายภาพนิ่งและปุ่มถ่ายวีดีโอ ซึ่งพลิกมาด้านหลังจะพบกับเลนส์ฟิก ที่ถูกวางตำแหน่ง ที่ยิ่งดูยิ่งเหมือนกล้องมือถือ
ในด้านฟังก์ชั่นการใช้งานนั้น Bloggie Touch โดดเด่นในเรื่องของความสะดวกในการพกพา และอัพโหลดไฟล์ ขึ้นเว็บได้ง่าย ในคุณภาพใกล้เคียงกับกล้องถ่ายภาพ และไฟล์วีดีโอ Bloggie Touch นั้น สามารถตั้งความละเอียดสูงถึง Full HD ส่วนความละเอียดภาพนิ่ง สุด 12.8 ล้านพิกเซล เลนส์ฟิกส์ 32 mm รูปรับแสงกว้างสุด F 2.8 มาพร้อมหน่วยความจำภายใน 8 GB และช่องต่อแบบ HDMI สำหรับอุปกรณ์ในชุด นอกจากตัวกล้อง สาย USB แล้วยังมี อุปกรณ์เสริม สำหรับถ่ายวีดีโอ และภาพนิ่ง 360 องศา แถมมาให้อีกด้วย
รู้รายละเอียดของ Bloggie Touch กันแล้ว ได้เวลาเข้าวัด วัดเล่งเน่ยยี่ 2 วัดที่จะพาไปทำบุญและ ชมความงามในวันนี้ค่ะ
วัดเล่งเน่ยยี่ 2 ตั้งอยู่ ที่ ถ.บางกรวย - ไทรน้อย อำเภอบางบัวทอง จ.นนทบุรี เดิมเป็นโรงเจ ที่ชาวบ้านให้การเลื่อมใสมาก ต่อมาเจ้าอาวาสวัดเล่งเน่ยยี่ ย่านเยาวราช และพุทธบริษัท ไทยจีน ร่วมกันขยายพื้นที่ และสร้างให้สวยงามสมบูรณ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เนื่องในวโรกาสเถลิงถวัลย์ ครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี และ พระองค์ทรงพระราชทานนามว่า วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ คณะสงฆ์จีนนิกายรังสรรค์ จุดประสงค์ของวัดนี้ นอกจากเป็นที่เผยแผ่ พระพุทธศาสนา นิกายมหายาน ยังเป็นที่เล่าเรียนของภิกษุสามเณร
การควบคุม Bloggie Touch
จอทัชสกรีน 3 นิ้ว แบบสัมผัส
เดินเข้าวัดเล่งเน่ยยี่ 2 พบกับคนจำนวนมาก คงเพราะวันนี้เป็นวันอาทิตย์ หลังตรุษจีน จึงมีคนเข้ามาไหว้พระขอพร เพื่อเป็นสิริมงคลตลอดทั้งปี หยิบ Bloggie Touch ขึ้นมาถ่ายภาพ ผู้คนไม่มีใครเกร็ง หรือสนใจ เพราะคงคิดว่าเป็นกล้องมือถือ รู้สึกแปลกๆ เมื่อถ่ายรูปเพราะตัวกล้องถูกออกแบบ ให้ใช้งานถนัด ในการถ่ายวีดีโอแนวตั้งมากกว่าแนวนอน การจับไม่ค่อยถนัดมือเท่าไร เพราะกลัวลื่นหลุด สายคล้องมือจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับกล้องรุ่นนี้
เปิดเครื่อง กดถ่ายภาพนิ่ง และคลิปวีดีโอ การใช้งาน Bloggie Touch ไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากและซับซ้อน เพราะการควบคุมส่วนใหญ่ ถูกควบคุมด้วยจอสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นการสั่งการทั้งหมดของกล้อง การเลื่อนดูรูปที่เลื่อนง่าย และรวดเร็ว รวมไปถึงการซูมภาพแบบดิจิตอล ขณะถ่ายวีดีโอ หรือภาพนิ่ง ยกเว้นการเปิดปิดกล้อง และกดถ่ายภาพ
ส่วนเมนูการใช้งาน สามารถปรับตั้งขนาดภาพ และการตั้งเวลาได้เท่านั้น ไม่สามารถปรับตั้งชดเชยแสง ไวบาล้านซ์ และไม่มีแฟลชติดมาที่ตัวกล้อง แต่ก็มีข้อดีคือไม่ยุ่งยาก เข้าใจง่าย หน้าจอความละเอียดสูง ไวต่อการสัมผัส การแสดงผลหน้าจอสามารถพลิกหมุน แนวตั้งและแนวนอนให้เข้ากับทิศทางอัตโนมัติเมื่อเราพลิกกล้อง การใช้งานกลางแจ้งยังมีปัญหาแสงสะท้อน มองเห็นภาพที่ LCD ชัดเจนน้อยลง โดยเฉพาะในการถ่ายที่นอกเหนือจากมุมปรกติ
ถ่ายรูปได้ซักพัก ก็เดินถึงด่านล่างของวัดพอดี เดินเข้าไปถามเจ้าหน้าที่ของวัด ว่าจะทำการแก้ชง จะต้องทำอย่างไรบ้าง เจ้าหน้าที่แนะนำ ว่าให้เขียนชื่อ วันเดือนปีเกิด ลงในกระดาษไหว้ แล้วนำธูป 3 ดอก ขึ้นไปไหว้เทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย ในวิหารจตุโลกบาลให้ท่านคุ้มครองจากภัยอันตรายต่างๆ เคราะห์หนักให้เป็นเบา ที่เบาให้มลายสูญสิ้น และนำชุดสะเดาะเคราะห์ ปัดออกจากตัว จากศีรษะลงมาที่แขน 13 ครั้ง จากนั้นให้ฝากกระดาษที่เขียนชื่อวันเดือนปีเกิดไว้ ทางวัดจะทำการสวดมนต์เสริมสิริมงคล ให้ครอบครัวเป็นสุขและหมดเคราะห์ไปตลอดทั้งปี
วีดีโอ Full HD /MP4
หลังจากทำพิธีแก้ชงเสร็จ จึงเดินชมสถาปัตยกรรมไทย-จีนอันวิจิตรบรรจง และเดินนมัสการ ศาสนสถานต่างๆ ภายในวัด พร้อมทั้งถ่ายคลิป วีดีโอ ซึ่งถึงแม้ Bloggie Touch เป็นกล้องตัวเล็กๆ ที่ไม่มีฟังก์ชั่นอะไรมาก แต่ก็สามารถถ่ายภาพเคลื่อนไหว ได้ความละเอียดสูงถึง Full HD โดยจัดเก็บข้อมูลเป็น MP 4 ซึ่งเป็นไฟล์ที่แพร่หลายจึงง่ายต่อการแบ่งปันผ่านอินเตอร์เน็ต ซึ่งคุณภาพของไฟล์ภาพเคลื่อนไหวในที่กลางแจ้ง ถือว่าดีมาก และด้วยเลนส์ ไวแสง รูรับแสงกว้างสุด F 2.8 ทำให้คุณภาพค่อนข้างดีเมื่อเข้าที่แสงน้อยปานกลาง ตามลักษณะของกล้อง ที่ออกแบบมาเพื่อพกพาและพร้อมที่จะเก็บภาพได้ทุกเมื่อ คุณภาพอาจไม่ดีเท่ากล้องถ่ายภาพโดยเฉพาะ แต่ก็สามารถถ่ายวีดีโอแบ่งปันได้โดยไม่อายใคร
คุณภาพภาพนิ่งความละเอียดสูงสุด 12 ล้านพิกเซล
สถานที่แรก และเป็นสถานที่สำคัญที่สุดในวัด นั่น คือ พระอุโบสถ ซึ่งมีป้ายไม้สักภาษาจีนขนาดใหญ่ ซึ่งเขียนเป็นลายสือศิลป์ของพระอาจารย์จีน ที่เขียนไว้ที่อุโบสถวัดเล่งเน่ยยี่เมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว ซึ่งมีความหมายว่า ที่ประดิษฐานแห่งองค์พระประธานในพระอารามหรือหมายถือพระอุโบสถนั่นเอง
คุณภาพภาพนิ่งของ Bloggie Touch ทำได้ดีปานกลาง ส่วนที่ดีคือ สามารถถ่ายได้ ตั้งแต่กลางแจ้ง ถึงแสงน้อย แต่เมื่อพบสภาพแสงที่ไม่ปรกติ อย่างไฟกลางคืน สีค่อนข้างเพี้ยน เมื่อกดเล็งถ่ายภาพ ภาพที่ปรากฏในจอ LCD สีจะจืดกว่าความเป็นจริง แต่เมื่อกดชัตเตอร์ไปแล้วกล้องทำการประมวลผลและแสดงภาพ ภาพจะออกมาสีสดกว่าที่เห็นในจอ และใกล้เคียงกับความเป็นจริง และนอกจากจะถ่ายภาพนิ่งได้แบบปรกติแล้ว ยังสามารถถ่ายภาพนิ่งขณะถ่ายวีดีโอได้อีกด้วย
องค์พระประธานภายในพระอุโบสถ พระพุทธเจ้าสามพระองค์ จำลองมาจาก วัดมังกร (เล่งเน่ยยี่ เยาวราช)
มาโครอัตโนมัติ เข้าใกล้วัตถุได้ 10 ซม.
กราบนมัสการ พระพุทธเจ้าทั้งสามองค์ภายในพระอุโบสถ แล้วจุดเทียนแก้วเพื่อบูชาพระประทาน เป็นการเสริมสิริมงคลให้ชีวิต มองเห็นจุดที่นำเทียนไปวางรวมกันแล้วสวยดี เลยนำ Bloggie Touch ในระยะไกล โดยยื่นกล้องไปถ่ายใกล้ๆ กล้องมาโครให้อัตโนมัติ ภายในระยะโฟกัส ตามสเป็คใกล้สุด 10 เซนติเมตร
วีดีโอ และภาพนิ่งแบบ 360 องศา
ถ่ายภาพนิ่งและวีดีโอคลิป แบบธรรมดากันแล้ว ได้เวลาทดสอบประสิทธิภาพ ถ่ายภาพแบบ 360 องศา กับอุปกรณ์เสริมที่แถมมากับ Bloggie Touch กันบ้าง
เมื่อเสียบอุปกรณ์เสริมเลนส์ 360 องศา ที่ด้านบนกล้อง กล้องจะแสดงผล เป็นวงกลมที่จอ LCD เราสามารถถ่ายภาพนิ่งและวีดีโอ ด้วยวิธีที่เหมือนกับการถ่ายภาพแบบปรกติ สิ่งที่ต้องระวังคือถ้าไม่อยากให้ติดหน้าตัวเอง ต้องยกกล้องให้สูงเลยหัว ภาพที่ได้จะดูแปลกตา เพราะมองเห็นได้มากกว่าที่สายตาคนมองเห็น
หลังจากถ่ายเสร็จ ภาพที่จะจะออกมาเป็นวงกลม ไม่สามารถยืดตามยาวได้จากในกล้อง ต้องใช้โปรแกรม Bloggie Soft Ware จากคอมพิวเตอร์ยืดให้เป็นภาพพานอราม่าตามยาวแบบปรกติ
ถึงแม้ว่าสัดส่วนจะไม่ได้ระนาบตามความเป็นจริงๆ และคุณภาพไฟล์ด้อยกว่าการถ่ายภาพแบบปรกติ เพราะมีพลาสติกครอบเลนส์เพื่อกันฝุ่นและอันตรายอีกที แต่ก็เป็นนวัตกรรมใหม่ช่วยให้การถ่ายภาพพานอรามาได้ง่ายขึ้น ถึงแม้จะต้องพัฒนาให้สมบูรณ์มากขึ้นไปอีก ให้ภาพที่แปลกใหม่ และตื่นตาตื่นใจ กับภาพเคลื่อนไหวรอบข้าง ส่วนกล่องพลาสติกที่ใส่เลนส์ 360 องศา ยังสามารถนำมาเสียบกับบล็อกกี้ เพื่อเป็นขาตั้งกล้องได้ด้วย
เดินต่อไปสู่วิหารพระอวโลกิเตศวร พระกวนอิมพระโพธิสัตว์ ที่ตั้งอยู่ด้านหลังพระอุโบสถ ภายในประดิษฐานพระแม่กวนอิมพันมือ พันตา แกะสลักอย่างประณีต จากไม้หอมประเทศจีน ซึ่งพระแม่กวนอิม ปางพันมือพันตา เปรียบเสมือน ท่านได้ใช้พระเนตร พันดวงตรวจความเป็นไปของบรรดาสรรพสัตว์ และพร้อมที่จะช่วยด้วยพระหัตถ์พันกรให้พ้นจากความทุกข์ยากลำเค็ญ ให้หลุดพ้นจากวัฏสงสารอันเป็นทุกข์
หลังจากกราบนมัสการเจ้าแม่กวนอิมเสร็จแล้ว จึงเดินขึ้นไปชั้นสอง จะพบกับวิหารหมื่นพุทธ สุขาวดี พุทธเกษตร ภายในประดิษฐานองค์อมิตตาพระพุทธเจ้า พระอวโลกิเตศวร และพระมหาสถามปราบโพธิสัตว์ ส่วนด้านบนและด้านข้างของวิหาร รายล้อมไปด้วยพระพุทธรูปถึง 10000 องค์
หน่วยความจำขนาด 8 GB ในตัวเครื่อง
ไหว้พระเสร็จ คนเริ่มหนาตามากขึ้น แสงอาทิตย์เพิ่มความร้อนจนรู้สึกได้ คงได้เวลากลับกันเสียที มองดูที่กล้อง Bloggie ที่เป็นห่วงในตอนแรก ว่าจะเพียงพอต่อการใช้งานหรือไม่ แต่เมื่อใช้งานจริงๆแล้ว หน่วยความจำ 8 GB แม้ในหน่วยความจำ 8 GB นั้นถูกแทนที่ด้วยโปรแกรม Bloggie Solfware ประมาณ 200 MB ก็ยังถือว่ามีพื้นที่ในการเก็บข้อมูลมากพอ ที่จะถ่ายภาพได้ทั้งวัน บันทึกภาพวีดีโอได้ถึง 4 ชั่วโมง (ติดต่อกัน 29 นาที) ที่ความละเอียด HD (1280x720/30p) และบันทึกได้ถึง 80 นาที ในความละเอียด Full HD (1920x1080/30p)
การชาร์จไฟ
เช่นเดียวกับเมมโมรี่ ที่ไม่สามารถมีสำรองหรือถอดออกจากตัวเครื่องได้ แบตเตอรี่ของ Bloggie Touch ต้องชาร์จไฟผ่าน USB กับเครื่องคอมพิวเตอร์เท่านั้น โดยมีช่องต่อที่ตัว Bloggie หรือสำหรับใครที่ไม่ถนัด สามารถชาร์จผ่าน สาย USB ที่แถมมา ข้อดี ก็คือ สำหรับคนที่พกพาโน๊ตบุ๊คอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องพกสายชาร์จของ Bloggie แต่ก็มีข้อเสียคือหากไปเที่ยวในที่ที่ไม่มีคอมพิวเตอร์ จะหาที่ชาร์จลำบาก ส่วยวิธีการชาร์จไฟก็ไม่ยาก เพียงเสียบกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่เปิดใช้งานอยู่ ไม่ต้องเปิดเครื่อง Bloggie เพียงเท่านี้ก็จะทำการชาร์จแบตเตอรี่แล้วค่ะ
อัพโหลดรูป อย่างง่ายด้วย Bloggie Software
กลับจากวัดเล่งเน่ยยี่ รีบโหลดรูปลงคอม ผ่าน USB ก่อนจะโหลดรูป หรือเปิดไฟล์ในตัวเครื่อง ต้องกดปุ่มเปิดที่ Bloggie ก่อน แล้วจึง ก็อปปี้ ลงคอมพิวเตอร์ หรือ ซอฟท์แวร์ที่ติดมากับกล้อง สิ่งที่ถูกใจที่สุดในตัว Bloggie Touch คือสามารถอัพโหลด ภาพและวีดีโอ ได้ง่าย โดยผ่าน Bloggie Software ซึ่งไม่เพียงแต่ใช้ในการอัพโหลดรูปเท่านั้น ยังสามารถแปลงภาพ 360 องศา ที่ถ่ายมาจาก Bloggie Touch ให้เป็นแนวระนาบ และยังจัดเก็บรูปและวีดีโอที่เราถ่ายให้เป็นหมวดหมู่ โดยจัดเก็บเป็นอัลบั้ม พร้อมทั้งตั้งชื่ออัลบั้ม และคำอธิบายภาพทุกภาพได้อีกด้วย
ส่วนปัญหาของ Bloggie Solfware คงไม่ใช่เป็นที่ตัวโปรแกรม แต่เป็นเพราะหาโปรแกรมจะลงในคอมพิวเตอร์ค่อนข้างยาก เพราะถูกซ่อนอยู่ในตัวเครื่อง Bloggie Touch เมื่อเปิดดูในโฟลเดอร์ จะมองไม่เห็น จริงๆ ในคู่มือบอกให้เลือกโฟลเดอร์ที่ Auto Run แต่เมื่อใช้งานจริงๆ ต้องเข้าไปที่โฟลเดอร์ของ Bloggie ก่อนแล้วเซ็ทคอมพิวเตอร์ให้โชว์ไฟล์ที่ซ่อนไว้ จึงจะมองเห็นโปรแกรม จึงจะ Install โปรแกรมได้
สรุป
หากจะให้พูดถึงคำจำกัดความของ Bloggie Touch คงไม่ใช่กล้องถ่ายรูป หรือกล้องวีดีโอ โดยเฉพาะ แต่ถูกออกแบบมาเพื่อการพกพาไปทุกที่ เก็บภาพได้ทุกเวลา อัพโหลดภาพง่าย และรวดเร็ว เมื่อพูดถึงคุณภาพไฟล์ คงสู้กล้องที่ทำมาเพื่อเป็นกล้องถ่ายภาพนิ่ง และวีดีโอโดยเฉพาะไม่ได้ แต่ก็สามารถโชว์ภาพขึ้นเว็บได้ไม่อายใคร
และการไปวัดเล่งเน่ยยี่2 เพื่อแก้ชงในครั้งนี้ ประทับใจที่ได้ไปเที่ยววัดที่สวยงามที่สุดอีกแห่งในเมืองไทย ที่นอกจากจะไปทำบุญแล้ว ยังเป็นการท่องเที่ยวไปในตัว สำหรับใครที่ชงปีนี้ ก็สามารถไปแก้ชงที่วัดเล่งเน่ยยี่ 2 ได้ เพื่อความสบายใจ สะดวกสบายที่จะไปเพราะใกล้กรุงเทพมาก ส่วนใครที่ไม่ชงและดวงดีอยู่แล้ว ทางวัดบอกว่า จะเป็นการเสริมดวงให้ดีขึ้นไปอีก อันนี้ก็แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละบุคคลค่ะ
ข้อดี
1. กล้องตัวเล็ก น้ำหนักเบา พกพาสะดวก
2. ใช้งานง่าย
3. ถ่ายพานอราม่า 360 องศาได้ง่าย
4. อัพโหลดรูปขึ้นเว็บง่าย
5. มีอุปกรณ์เสริมเพื่อถ่ายภาพ 360 องศา
ข้อเสีย
1. ไม่สามารถใส่เมมโมรี่เพิ่มได้
2. ต้องชาร์จแบตเตอรี่ผ่าน USB เท่านั้น
3. โปรแกรม Bloggie Software ไม่มีระบบ Auto Run
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร. 0-2715-6100 หรือเยี่ยมชม www.sony.co.th